กรุ๊ปลีส ประกาศ KPMG แจ้งผลสอบทานแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข

>>

 

Hightlight 

  • งบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองว่าโปร่งใส และผลสอบทานแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขจากบริษัท KPMG 

  • สำหรับด้านกฎหมาย ศาลประเทศอินโดนีเซียเพิ่งมีคำสั่งยกฟ้องคดีที่อดีตคู่ค้าฟ้องบริษัทฯ

  • ผลประกอบการไตรมาสที่1/2562 มีกำไรสุทธิ 111.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัท

          

นายอลัน ฌอง ปาสคาล ดูเฟส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทฯ มีรายได้ 111.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท จากปีที่แล้ว ในขณะที่รายรับลดลง 31 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2561 ซึ่งบริษัทฯ สามารถชดเชยการลดลงนี้ได้โดยการลดค่าใช้จ่ายด้านบริการและการบริหารลง 33 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.1% ทั้งนี้ผลกำไรของบริษัทนั้นได้คิดรวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจำนวน 19 ล้านบาทแล้ว ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาที่บริษัทฯ ใช้จ่ายไป 30 ล้านบาท

 

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทนายความและผู้ตรวจสอบบัญชี เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่งบการเงินได้รับการรับรองว่าโปร่งใส และผลสอบทานแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขจากบริษัท KPMG ขณะเดียวกันในด้านกฎหมาย บริษัทยังมีคดีความกับหนึ่งในอดีตคู่ค้าของบริษัทฯ นอกจากนี้ศาลประเทศอินโดนีเซียเพิ่งมีคำสั่งยกฟ้องคดีที่อดีตคู่ค้าฟ้องบริษัทฯ

 

และอีกหนึ่งประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญที่ประสบความสำเร็จคือ บริษัทฯ ชนะคดีและได้สิทธิ์ในการบังคับหลักประกันที่ดินในประเทศบราซิล ซึ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทกับลูกหนี้สินเชื่อที่ทางบริษัทฯ ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้แล้วในปี 2560 และในปลายปีเดียวกันนั้นบริษัทได้มีการประเมินมูลค่าที่ดินในประเทศบราซิล จากบริษัท Deloitte ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้บริษัทฯจะคงความพยายามในการเรียกชำระเงินคืนจากผู้กู้ยืมทั้งหลาย รวมทั้งการบังคับหลักประกันหากจำเป็น ซึ่งได้เริ่มบังคับแล้ว


ในขณะที่ผลกำไรจากการลงทุนในกิจการในประเทศศรีลังกา มีการเติบโตเพิ่มขึ้นสองไตรมาสติดต่อกัน โดยไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้ว บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนาสถานะทางการเงินและทางกฎหมายต่อไป